ข้ามไปเนื้อหาหลัก
เทศบาลเมืองคลองหลวง
02-000-0000 healthfund@example.local

เมนูนำทาง

อนุมัติแล้ว ปีงบประมาณ 2570 แผนงานสุขภาพชุมชน

aป้องกันควบคุมโรค

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและพัฒนาการที่สมวัยสำหรับเด็กทารก นมแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วนและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิตเด็ก การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กทารกทั้งทางร่างกายและจิตใจ เนื่องจากนมแม่เป็น อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ทั้งโปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เหมาะสมต่อการ เจริญเติบโตของเด็ก รวมถึงสารภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อและโรคเรื้อรัง งานวิจัยหลายฉบับชี้ให้เห็นว่าเด็กที่ได้รับนมแม่อย่างเพียงพอจะมีพัฒนาการทางสมอง ระบบประสาท และการ เรียนรู้ที่ดีกว่า ทั้งยังมีความเสี่ยงต่ำต่อการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียง อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และหลังจากนั้นควรเลี้ยงนมแม่ควบคู่กับอาหารเสริมจนถึง อายุ 2 ปีหรือมากกว่า เพื่อส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาว นโยบายนี้ ยังสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยที่มุ่งเน้นการเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของเด็กและประชาชนในระยะยาว กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2565) พบว่าอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของประเทศไทยยังต่ำกว่าที่เป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยข้อมูลจาก Health Data Center ระบุว่าเด็กอายุครบ 6 เดือนที่กินนมแม่อย่างเดียวมีจำนวน 9 คน คิดเป็นเพียงร้อยละ 50.00ของเด็กที่เกิดในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ ซึ่งถือว่ายังห่างจากเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างมาก สถานการณ์ในจังหวัดปทุมธานีมีการขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้ประชากรส่วนใหญ่เป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและมีข้อจำกัดในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องจากแม่หลายคนจำเป็นต้องกลับไปทำงานเร็วหลังคลอด ทำให้มีเวลาในการให้นมลูกไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ยังขาดสถานที่สำหรับการให้นมหรือการปั๊มนมในสถานที่ทำงาน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อเนื่อง อีกทั้งการขาดการสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชนในการดูแลเด็กแรกเกิดก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ปัจจัยที่ทำให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ลดลงนั้น พบว่ากลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ อาจมีปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น น้ำนมไม่พอ หรือปัญหาสุขภาพของแม่ทั้งยังขาดความรู้และทักษะในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มแม่มือใหม่ ความไม่พร้อมของแม่ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการขาดการสนับสนุนจากชุมชน การตรวจสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อตรวจสอบปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ บางกรณีเด็กอาจได้รับธาตุเหล็กจากนมแม่ไม่เพียงพอ จึงต้องได้รับการเสริมเพื่อป้องกันปัญหาพัฒนาการล่าช้า เช่น ปัญหาทางโภชนาการ การเจ็บป่วยของแม่ หรือการขาดสารอาหารของทารก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จึงได้จัดทำโครงการเด็กไทยเติบโตสมวัย ด้วยพลังนมแม่ เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในชุมชน ผ่านการให้ความรู้ สนับสนุนการให้นมแม่อย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างความร่วมมือจากครอบครัวและชุมชนในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กทารกในจังหวัดปทุมธานีมีสุขภาพและพัฒนาการที่สมวัย ลดอัตราการเจ็บป่วยและเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว และยังสอดคล้องกับนโยบายระดับชาติของกระทรวงสาธารณสุขที่มุ่งเน้นการเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของประชาชน

aป้องกันควบคุมโรค
KPI

ความโปร่งใสโครงการ

งบอนุมัติ3,000,000.00
เบิกจ่ายจริง0.00
ผู้ได้รับประโยชน์2,000
สถานะอนุมัติแล้ว
ใช้จ่าย (%)0%
Project Summary

สรุปข้อมูลโครงการ

หน่วยงานหน่วยงาน ทดสอบระบบ1
หมวดกิจกรรมการรณรงค์/ประชาสัมพันธ์/ฝึกอบรม/ให้ความรู้
กลุ่มเป้าหมายหลักกลุ่มผู้สูงอายุ
งบประมาณอนุมัติ3,000,000.00 บาท
Rationale

หลักการและเหตุผล

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและพัฒนาการที่สมวัยสำหรับเด็กทารก นมแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วนและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิตเด็ก การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กทารกทั้งทางร่างกายและจิตใจ เนื่องจากนมแม่เป็น อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ทั้งโปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เหมาะสมต่อการ เจริญเติบโตของเด็ก รวมถึงสารภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อและโรคเรื้อรัง งานวิจัยหลายฉบับชี้ให้เห็นว่าเด็กที่ได้รับนมแม่อย่างเพียงพอจะมีพัฒนาการทางสมอง ระบบประสาท และการ เรียนรู้ที่ดีกว่า ทั้งยังมีความเสี่ยงต่ำต่อการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียง อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และหลังจากนั้นควรเลี้ยงนมแม่ควบคู่กับอาหารเสริมจนถึง อายุ 2 ปีหรือมากกว่า เพื่อส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาว นโยบายนี้ ยังสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยที่มุ่งเน้นการเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของเด็กและประชาชนในระยะยาว กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2565) พบว่าอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของประเทศไทยยังต่ำกว่าที่เป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยข้อมูลจาก Health Data Center ระบุว่าเด็กอายุครบ 6 เดือนที่กินนมแม่อย่างเดียวมีจำนวน 9 คน คิดเป็นเพียงร้อยละ 50.00ของเด็กที่เกิดในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ ซึ่งถือว่ายังห่างจากเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้อย่างมาก สถานการณ์ในจังหวัดปทุมธานีมีการขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้ประชากรส่วนใหญ่เป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและมีข้อจำกัดในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องจากแม่หลายคนจำเป็นต้องกลับไปทำงานเร็วหลังคลอด ทำให้มีเวลาในการให้นมลูกไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ยังขาดสถานที่สำหรับการให้นมหรือการปั๊มนมในสถานที่ทำงาน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อเนื่อง อีกทั้งการขาดการสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชนในการดูแลเด็กแรกเกิดก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ปัจจัยที่ทำให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ลดลงนั้น พบว่ากลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ อาจมีปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น น้ำนมไม่พอ หรือปัญหาสุขภาพของแม่ทั้งยังขาดความรู้และทักษะในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มแม่มือใหม่ ความไม่พร้อมของแม่ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการขาดการสนับสนุนจากชุมชน การตรวจสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อตรวจสอบปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ บางกรณีเด็กอาจได้รับธาตุเหล็กจากนมแม่ไม่เพียงพอ จึงต้องได้รับการเสริมเพื่อป้องกันปัญหาพัฒนาการล่าช้า เช่น ปัญหาทางโภชนาการ การเจ็บป่วยของแม่ หรือการขาดสารอาหารของทารก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จึงได้จัดทำโครงการเด็กไทยเติบโตสมวัย ด้วยพลังนมแม่ เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในชุมชน ผ่านการให้ความรู้ สนับสนุนการให้นมแม่อย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างความร่วมมือจากครอบครัวและชุมชนในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กทารกในจังหวัดปทุมธานีมีสุขภาพและพัฒนาการที่สมวัย ลดอัตราการเจ็บป่วยและเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว และยังสอดคล้องกับนโยบายระดับชาติของกระทรวงสาธารณสุขที่มุ่งเน้นการเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของประชาชน

Objectives

วัตถุประสงค์

  1. 1.เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป
  2. 2.เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป
  3. 3.เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป
Target Groups

กลุ่มเป้าหมาย

300 คน

เป้าหมาย3000
เข้าร่วมจริง2000
ระยะเวลา2026-05-19 - 2026-06-07
Workflow

วิธีดำเนินการ / กระบวนการ

PREPARATION

เตรียมการ

OPERATION

ดำเนินการ

SUMMARY

สรุปผล

Budget

งบประมาณ

รายการ จำนวน ราคา/หน่วย รวม
1.ค่าเอกสาร 1 5 110.00 550.00
รวม 550.00

(ห้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน)

Indicators

ตัวชี้วัด / ผลที่คาดว่าจะได้รับ

ร้อยละ 60 ของจำนวนเด็กที่แรกเกิด ถึง ต่ำกว่า 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว ddd fff
ร้อยละ 60 ของจำนวนเด็กที่แรกเกิด ถึง ต่ำกว่า 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว d d
ร้อยละ 60 ของจำนวนเด็กที่แรกเกิด ถึง ต่ำกว่า 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว a a
Attachments

เอกสารแนบ

ยังไม่มีเอกสารแนบที่เผยแพร่

Responsible Persons

ผู้รับผิดชอบ / ช่องทางติดต่อ

ประธาน แตงกวา แตงไทย 081-123-1234